วิธีกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำท่วม 6 ขั้น คุมความชื้น ทิ้งวัสดุพรุนที่ขึ้นรา และไม่ทาสีทับเชื้อรา
7 นาที

เชื้อราหลังน้ำท่วม กลิ่นอับไม่หาย กำจัดยังไงไม่ให้กลับมา

เชื้อราหลังน้ำท่วมเป็นปัญหาที่เจ้าของบ้านหลายคนเจอซ้ำแล้วซ้ำอีก — เช็ดออกแล้ว สัปดาห์ต่อมาก็ขึ้นใหม่ ทาสีทับแล้ว ไม่กี่เดือนก็มีจุดดำทะลุออกมา ส่วนกลิ่นอับก็ยังค้างอยู่ในบ้านทั้งที่ทำความสะอาดไปหลายรอบแล้ว

สาเหตุคือเราจัดการแค่สิ่งที่เห็น แต่ไม่ได้จัดการต้นตอ เชื้อราเริ่มขึ้นได้ภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียก และจะกลับมาทุกครั้งตราบใดที่ความชื้นยังอยู่ บทความนี้ผมสรุปวิธีกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำท่วมแบบที่ไม่ต้องทำซ้ำ ตั้งแต่ความปลอดภัย ขั้นตอนทำความสะอาด ไปจนถึงการหาต้นตอกลิ่นที่ซ่อนอยู่

ทำไมเชื้อราหลังน้ำท่วมถึงกลับมาทุกครั้ง

  • ความชื้นยังค้างในวัสดุ — ผนังปูน ใต้พื้น และหลังตู้ยังชื้นอยู่อีกหลายสัปดาห์หลังน้ำลด ต่อให้เช็ดผิวหน้าสะอาดแล้ว เชื้อราก็ขึ้นใหม่จากความชื้นข้างใน
  • วัสดุพรุนเก็บเชื้อไว้ในเนื้อ — ยิปซัม ไม้อัด พรม และฉนวน เชื้อราฝังลึกกว่าที่น้ำยาจะเข้าถึง
  • ทาสีทับโดยไม่กำจัดก่อน — สีไม่ได้ฆ่าเชื้อรา แค่ปิดไว้ชั่วคราว

หลักจึงมีข้อเดียว: คุมความชื้นให้ได้ก่อน แล้วค่อยกำจัดเชื้อรา

ความปลอดภัยก่อนเริ่มทำความสะอาด

สปอร์เชื้อราและน้ำยาทำความสะอาดระคายเคืองทางเดินหายใจได้ ก่อนเริ่มให้เตรียม:

  • หน้ากาก N95 ไม่ใช่หน้ากากอนามัยทั่วไป
  • ถุงมือยางยาวถึงข้อศอก และ แว่นตาแบบปิดรอบ
  • เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ตลอดเวลาที่ทำงาน
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาทำความสะอาดอื่น เพราะเกิดก๊าซพิษ

คนที่เป็นหอบหืด ภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ไม่ควรอยู่ในพื้นที่ระหว่างทำความสะอาด

ขั้นตอนกำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วม 6 ขั้น

ขั้นตอนกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำท่วม 6 ขั้น เริ่มจากคุมความชื้นจนถึงทาสีกันเชื้อรา
ขั้นตอนกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับหลังน้ำท่วม 6 ขั้น เริ่มจากคุมความชื้นจนถึงทาสีกันเชื้อรา (แตะเพื่อดูภาพขนาดเต็ม)
  1. คุมความชื้นก่อน — เปิดระบายอากาศ ใช้พัดลมเป่าผนังและพื้น ห้องที่ปิดทึบให้ใช้เครื่องลดความชื้น เป้าหมายคือความชื้นในอากาศต่ำกว่า 60% ใช้เครื่องวัดความชื้นราคาไม่แพงวางไว้ในห้องเพื่อดูตัวเลขจริง
  2. แยกทิ้งวัสดุพรุนที่ขึ้นรา — ที่นอน พรม โซฟาผ้า ยิปซัม ฝ้า ฉนวน กล่องกระดาษ ถ้าแช่น้ำท่วมหรือขึ้นราแล้ว ทิ้งคุ้มกว่าพยายามล้าง ใส่ถุงปิดปากให้เรียบร้อยก่อนขนผ่านห้องอื่น เพื่อไม่ให้สปอร์ฟุ้งกระจาย
  3. ล้างพื้นผิวแข็ง — กระเบื้อง ปูน โลหะ พลาสติก ให้ขัดด้วยน้ำผสมผงซักฟอก แล้วล้างน้ำสะอาด ขั้นนี้คือการเอาคราบและเชื้อออกทางกายภาพ ซึ่งสำคัญกว่าการฉีดน้ำยาอย่างเดียว
  4. ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ไม่ซึมน้ำ — ใช้น้ำยาฟอกขาวผสมน้ำ โดย CDC แนะนำไม่เกิน 1 ถ้วยตวงต่อน้ำ 1 แกลลอน (ราว 1 ส่วนต่อน้ำ 16 ส่วน) หรือใช้น้ำยาฆ่าเชื้อราตามฉลากผลิตภัณฑ์ น้ำยาฟอกขาวได้ผลบนพื้นผิวแข็งที่ไม่ซึมน้ำ แต่ซึมไม่ถึงเชื้อราในเนื้อไม้หรือยิปซัม วัสดุพวกนั้นจึงต้องตัดเปลี่ยน
  5. ทำให้แห้งสนิทแล้ววัดซ้ำ — หลังล้างต้องเป่าให้แห้งอีกครั้ง ผนังปูนที่แช่น้ำนานอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ วัดความชื้นผนังก่อนไปขั้นต่อไป
  6. ค่อยทาสีรองพื้นกันชื้นและสีกันเชื้อรา — ทาเมื่อผนังแห้งตามเกณฑ์ของผู้ผลิตสีเท่านั้น สีกันเชื้อราช่วยป้องกันรอบหน้า แต่ไม่ได้แก้เชื้อราที่ยังอยู่ข้างใต้

กลิ่นอับไม่หาย หาต้นตอ 6 จุดนี้

ถ้าทำความสะอาดครบแล้วยังได้กลิ่นอับ แปลว่ายังมีความชื้นหรือเชื้อราซ่อนอยู่ จุดที่ผมเจอบ่อยในงานซ่อมบ้านคือ:

จุดที่ซ่อนกลิ่นสาเหตุวิธีแก้
ใต้พื้นลามิเนต SPC หรือไวนิลน้ำขังใต้แผ่น แห้งช้ามากยกแผ่นออก ให้พื้นปูนแห้ง
ช่องว่างในผนังเบาฉนวนและแผ่นยิปซัมด้านในยังเปียกตัดแผ่นล่างออก เปลี่ยนฉนวน
หลังตู้บิลท์อินและใต้ตู้ครัวผนังหลังตู้ไม่มีลมผ่าน ฐานตู้บวมถอดตู้ออก ให้ผนังด้านหลังแห้ง
ท่อระบายน้ำพื้นน้ำในคอห่านแห้ง กลิ่นท่อย้อนขึ้นมาเทน้ำลงท่อ ล้างตะกอนโคลน
บ่อเกรอะ ถังบำบัดตะกอนโคลนเต็มหลังน้ำท่วมเรียกรถสูบ ล้างถัง
แอร์ถาดน้ำทิ้งและคอยล์เย็นมีเชื้อราสะสมให้ช่างล้างแอร์ทั้งระบบ

วิธีที่ไม่ได้ผล (แต่คนนิยมทำ)

  • สเปรย์ดับกลิ่นหรือน้ำหอม — กลบกลิ่นได้ไม่กี่ชั่วโมง ต้นตอยังอยู่
  • ทาสีทับเชื้อรา — เชื้อราจะทะลุสีกลับมา และตอนนั้นต้องขูดสีใหม่ทั้งแผง
  • เครื่องผลิตโอโซน — ก๊าซโอโซนระคายเคืองทางเดินหายใจ ไม่ควรใช้ในบ้านที่มีคนอยู่ และไม่ได้แก้ปัญหาความชื้นที่เป็นต้นเหตุ
  • ปิดห้องเปิดแอร์ให้แห้ง — ช่วยได้บ้าง แต่ถ้าแอร์เคยจมน้ำหรือมีเชื้อราอยู่แล้ว จะยิ่งกระจายสปอร์ไปทั้งห้อง

เมื่อไหร่ควรเรียกมืออาชีพ

  • เชื้อราขึ้นเป็นบริเวณกว้าง แนวทางของ US EPA ใช้เกณฑ์ราว 10 ตารางฟุต (ประมาณ 1 ตร.ม.) ถ้าเกินนี้ควรให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ
  • เชื้อราอยู่ในระบบแอร์หรือท่อลม
  • น้ำที่ท่วมปนน้ำเสียจากท่อหรือบ่อเกรอะ
  • คนในบ้านมีอาการไอ แน่นหน้าอก หรือภูมิแพ้กำเริบ ควรพบแพทย์ด้วย
  • ทำความสะอาดแล้วเชื้อรากลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ แปลว่ามีต้นตอความชื้นที่ต้องรื้อเข้าไปดู

ป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมา

  • คุมความชื้นในบ้านให้ต่ำกว่า 60% โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน
  • เปิดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำและครัวทุกครั้งที่ใช้
  • ตู้และเฟอร์นิเจอร์ชิดผนังภายนอก ให้เว้นช่องห่างผนังเล็กน้อยให้ลมผ่าน
  • ถ้าต้องทำตู้หรือผนังส่วนล่างใหม่ เลือกวัสดุที่ไม่อุ้มน้ำ เช่น ตู้ WPC หรือ PVC บอร์ด ดูว่าอะไรควรเปลี่ยนที่ โดนน้ำท่วม อะไรซ่อมได้ อะไรต้องเปลี่ยน และแนวทางทำบ้านให้ทนน้ำที่ รีโนเวทบ้านให้ทนน้ำท่วม

สรุป

กำจัดเชื้อราหลังน้ำท่วมให้ได้ผล ต้องทำตามลำดับ: คุมความชื้นให้ต่ำกว่า 60% → ทิ้งวัสดุพรุนที่ขึ้นรา → ล้างพื้นผิวแข็ง → ฆ่าเชื้อ → ทำให้แห้งและวัดซ้ำ → ค่อยทาสีกันเชื้อรา ถ้ากลิ่นอับยังไม่หาย ให้ดูใต้พื้น ในผนังเบา หลังตู้ ท่อระบาย บ่อเกรอะ และแอร์

การกำจัดเชื้อราเป็นขั้นหนึ่งใน ลำดับซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม 8 ขั้น ถ้าเชื้อราฝังอยู่ในผนังหรือหลังตู้จนต้องรื้อ ทีมเราช่วยประเมินและซ่อมได้ ดู บริการซ่อมบ้านหลังน้ำท่วม หรือ นัดประเมินหน้างานฟรี

ดูพื้นที่และงานที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เป็นบทความวางแผนเบื้องต้น จึงยังไม่ได้ผูกกับเคสหน้างานเฉพาะจุดโดยตรง แต่คุณสามารถเริ่มจากหน้าบริการหลักและพื้นที่ที่เราให้บริการ เพื่อดูโจทย์ที่ใกล้กับงานของคุณต่อได้ทันที

ผลงานที่เกี่ยวข้อง

บทความนี้เป็นบทความเชิงวางแผนและช่วยตัดสินใจ จึงยังไม่มีเคสที่ผูกตรงแบบหนึ่งต่อหนึ่งให้แสดงใต้บทความนี้ ถ้าคุณอยากดูงานจริงต่อ แนะนำให้เปิดหน้าผลงานรวมและกลับไปดูหน้าบริการหลักคู่กัน จะเห็นภาพ scope งานและสไตล์งานได้ชัดกว่า

อ่านต่อจากบทความนี้

ลิงก์ชุดนี้ถูกจัดไว้ให้ต่อจาก intent ของบทความหน้านี้โดยตรง เพื่อช่วยให้คุณค่อย ๆ ไล่จากการหาข้อมูล ไปสู่การดูบริการจริง งบประมาณ และงานตัวอย่างได้เป็นลำดับมากขึ้น

สนใจบริการตกแต่งภายใน?

ติดต่อ NinetyNine วันนี้เพื่อรับคำปรึกษาและใบเสนอราคาฟรี

ติดต่อสอบถาม
กลับไปหน้าบทความ